วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนถึงวันแต่งงาน

การแต่งงาน หากมีการสาวแผนที่ดี เราก็แทบจะไม่จำเป็นที่จะต้องจ้าง Wedding Organizer เลยล่ะครับ เพียงแต่จะต้องมีผู้ช่วยสักหนึ่งคน คนคนนี้จะต้องเป็นคนที่ตัดสินใจแทยเราได้ทุกอย่างส่วนใหญ่จึงเป็นพี่น้องของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเอง เพราะพอถึงวันงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีหน้าที่อย่างเดียว คือ ยืนยิ้มรับแขกเท่านั้นครับ ไม่มีสิทธิไปตัดสินใจอะไรเลยครับ คนคนนี้จึงจำเป็นจะต้องรู้จักทุกอย่างที่เราติดต่อไว้ครับ เช่น ร้านดอกไม้ ร้านอาหาร (กรณีเอาโต๊ะมาจากนอกโรงแรม) ร้านเครื่องดื่ม ฯลฯ และที่สำคัญเค้าจะต้องรู้งบประมาณของเราครับ

การจัดกลุ่มแขกก็เป็นสิ่งที่สำคัญครับ จะให้ใครนั่งใกล้ใคร แขกเจ้าบ่าว เจ้าสาว ควรนั่งแบบไหน ก็ควรเตรียมให้ชัดเจน และคนนี้ก็ควรทราบด้วยครับ

ควรเตรียมคนจัดแขก หรือที่เรียกว่าคนเชิญแขกไว้ (กรณีโต๊ะจีนครับ)เพื่อจะได้ไม่เกิดกรณีแขกเปิดโต๊ะตามใจชอบครับ

ส่วนสถานที่นั้น ควรมีการทดสอบ แสง เสียง ไว้ให้เรียบร้อบ Presentation ต่างๆ ที่เตรียมไว้ควรนำมาลองเปิดก่อนครับ เพราะบางทีเครื่องที่เค้าเตรียมไว้ให้อาจเสียกระทันหัน ไม่แนะนำไฟล์แบบที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เปิดนะครับ ควรแปลงไฟล์เป็น DVD ให้เรียบร้อย เพราะจะแน่นอนที่สุด ทดสอบไมค์ว่าได้ยินทั่วห้อง เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ เผื่อแขกจะได้รู้สึกดีดีตลอดงานครับ

ส่วนเรื่องพิธีการก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลของแต่ละคู่ครับว่า ลำดับขั้นตอนเป็นอย่างไร

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การเลือก Wedding Studio

การเลือก Wedding Studio ผมขอแนะนำว่าคุณผู้ชายทำหน้าที่ขับรถอย่างเดียว อย่าไปแนะนำอะไรเลยครับ แหะ แหะ

เริ่มเลยละกันครับ

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกเลยนะครับ คือ ต้องชอบน่ะครับ กำปั้นทุบดินเนาะ แต่ก็นั่นแหละครับ ต้องชอบ ชอบเจ้าของร้าน ชอบเซลล์ ชอบชุด ชอบงานถ่ายภาพ ฯลฯ เอาเป็นว่าสิ่งสำคัญสำหรับคุณคืออะไรครับ

ถ้าคุณตัดชุดใหม่แน่นอน ก็ไม่ต้องสนใจชุด เลือกแบบสั่งตัดเลย อย่างมากก็ 20,000 บาท บวกลบนิดหน่อย แต่ถ้าชุดไม่ลำบากมาก ก็อาจจะไม่กี่พันครับ เช่าตัดนะ

แต่ถ้าไม่ได้ตัดชุดใหม่ก็ เอาชุดเป็นหลักละกันครับ เพราะคนที่สำคัญที่สุด ต้องสวยที่สุด และต้องมั่นใจที่สุด เจ้าสาวนั่นแหละครับ

ส่วนการถ่ายภาพ ก็ต้องเจ้าสาวอีกนั่นแหละครับ เพราะเจ้าบ่าวส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความเห็นเรื่องพวกนี้อยู่แล้วล่ะ

ที่ผมได้เคยกล่าวมาในบทความก่อนๆ เรื่องชุดเจ้าสาวกับสถานที่น่ะครับ คือ มันก็เรื่องของ Theme งานเท่านั้นแหละครับ สีชุดเข้ากับบรรยากาศมั๊ย อะไรทำนองนี้แหละครับ

สิ่งสำคัญในการตกลงกับ Wedding Studio ก็คือ รายละเอียดนั่นแหละครับ ตราบใดที่เรายังไม่ได้ตกลงจ่ายเงิน อำนาจต่อรองอยู่กับเราครับ เราอาจจะเลือก Package แต่บางอย่างเราอาจจะไม่เอาครับ เช่น การ์ดแต่งงาน ซึ่งแถมประมาณ 100 ใบ อยากได้อีกก็สั่งเพิ่ม ก็ต้องเพิ่มเงิน ของชำร่วย ก็เหมือนกับการ์ดครับ เราก็อาจจะตัดตรงส่วนนี้ออก ไปเพิ่มจำนวนภาพถ่าย หรือ ตีเป็นตัวเงินเป็นส่วนลดค่าจ้างถ่ายรูปในงานของเราก็ได้ครับ หรือ แถม Presentation ก็ได้คับแต่รับรองไม่มีการคืนเงินครับ

ส่วนจะเลือกยังไง ต่อรองยังไง ก็แล้วแต่เทคนิคครับ

โอ๊ะ เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะครับ ต่อบทต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สิ่งที่ใช้เวลามากที่สุดในงานแต่งงาน

หลายคนอาจจะสงสัยนะครับว่าอะไรจะเสียเวลามากที่สุดในการแต่งงาน

อันนี้บอกได้เลยครับว่าสิ่งนั้นก็คือ ภาพถ่ายครับ

บางคนอาจไม่เชื่อนะครับ แต่ผมขอบอกไว้เลยว่าของผมนั้นใช้เวลาเกือบสามเดือนเต็มเลยทีเดียว เอ หรือว่าจะสามเดือนกว่าหว่า

กรรมวิธีของผมอาจจะมากกว่าคู่อื่นสักหน่อยเพราะบ้านเจ้าสาวอยู่ไกลมากน่ะครับ แต่กว่าจะนัดวันถ่าย และเลือกรูปก็ขอบอกไว้เลยครับว่า Digital นั้นสะดวกที่สุด บ้างร้านพยายามขายความเป็นฟิล์ม ก็ขอบอกเลยว่าช้ามาก แก้ไข Retouch ภาพยาก อย่าคิดว่าจะไม่รีทัชนะครับ เพราะว่ารับรองครับว่าไม่สวยแน่นอน แล้วการรีทัชบางครั้งก็แค่เพิ่มแสงเท่านั้นเองครับ ไม่ได้ทำให้ภาพเสียเท่าไหร่ แต่รูปพวกนี้แพงครับ พยายามให้เค้าทำให้สวย ให้หล่อ ให้เนียนที่สุดดีกว่าครับ เพราะผมเองก็เป็นคนอ้วน ก็ให้เค้าช่วยบ้างแต่ช่วยได้ไม่มากครับ เพราะภรรยาผมตัวค่อนข้างเล็ก ลองไปดูใน http://www.shootingpictures.blogspot.com ได้ครับ ภาพผมและภรรยา แล้วเรื่องหน้าขาว - ดำ และความเนียนนี่ให้มืออาชีพเค้าทำไปเถอะครับ
แค่รีทัชเนีย เดือนนึงนะครับ อีกสองสามอาทิตย์ถึงเดือนนึงก็คือการวางเลย์เอาท์รูปเเล่มครับ จากนั้นอีกสองอาทิตย์ก็คือการพิมพ์และทำรูปเล่ม ทั้งหมดนี้ถ้ามีการแก้งานก็เสียเวลาไปอีกครับ ของผมถ่ายกลางเดือนสิงหาคม กว่าจะได้ทั้งหมดครบก็ต้นเดือนธันวาคมครับ ก่อนหมั้นไม่กี่วัน

แต่ทั้งหมดมานั้นถ้าต้องการแค่รูปวางหน้างานก็ใช้เวลาไม่นานหรอกครับ เดี๋ยวในบทความต่อๆ ไป ผมจะเอารูปมาลงให้ดูนะครับ

รายละเอียดอ่านในบทความต่อไปนะครับ

หลังจากได้ฤกษ์แต่งงาน

หลังจากที่ได้ฤกษ์แต่งงาน ต่างๆ นานา มาแล้ว สิ่งที่สมควรทำเป็นอันดับแรกเลยก็คือ การหาสถานที่ครับ

ซึ่งการจะหาสถานที่ที่เหมาะสมนั้น สิ่งแรกที่ต้องรู้เลยก็คือ จำนวนแขกครับ จะได้กี่คนแบบแน่นอนนี่เป็นไปไม่ได้เลยครับ ที่สมควรทำคือปรึกษาผู้ใหญ่ครับ เพราะส่วนใหญ่งานแต่งเรา แต่แขกเค้าเป็นส่วนมากครับ พอได้จำนวนที่ค่อนข้างแน่นอน เช่นต้องแจกซองทั้งสิ้น สามร้อยซอง ก็จองสถานที่คิดเป็นสูตรคำนวณง่ายๆ เลยครับ คือ คูณสอง จากนั้นคูณด้วยอัตราส่วน 80% ครับ เช่นสามร้อยซอง ก้อคูณสอง เท่ากับ 600 จากนั้นคูณ 80% จะได้เท่ากับ 540 คนครับ

พอได้ตัวเลขมาแล้วนั้นก็บวกลบนิดหน่อย ก็ไม่หาสถานที่ที่สามารถรับคนได้ขนาดนั้น ถ้าบุฟเฟ่ต์ หรือค๊อกเทล ก็ไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นโต๊ะจีน ก็เผื่อไว้ซัก สิบเปอร์เซ็นต์ ละกันครับ เค้าเผื่อให้เราอยู่แล้ว (ถ้าไม่เปิดโต๊ะก็ไม่ต้องเสียส่วนนี้ อันนี้ต้องคุยกับโรงแรมให้เคลียร์)

พอได้สถานที่ว่าว่างตามวันเวลาที่เราต้องการแล้ว อย่าลืมคุยเรื่องราคาส่วนต่างๆ เช่น ดอกไม้ - เอามาเองได้มั๊ย, โต๊ะจีน - สั่งข้างนอกได้มั๊ย, น้ำแข็งแกะสลักเท่าไหร่, ค่า Soft Drink (น้ำแข็ง น้ำอัดลม โซดา) เท่าไหร่, แถมห้องบ่าวสาวมั๊ย, แถมห้องแต่งตัวเจ้าสาวมั๊ย, กรณีมีแขกมาจากต่างจังหวัดมีห้องแถมมั๊ย และอื่นๆ อีกมากมายครับ

จากนั้นก็คุยเรื่อง Theme ของงานครับ สีสัน บรรยากาศ แต่ส่วนนี้เจ้าสาวเค้ามักมีในใจแล้วครับ เพราะจะต่อเนื่องไปกับชุดเจ้าสาวครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากจ้าง Organizer ทุกอย่างก็จบครับ จ่ายลูกเดียวว แต่ราคานี่ผมไม่รู้นะครับ ไม่ได้จ้างเลย

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สิ่งแรกที่ต้องทำ ก่อนการแต่งงาน

สิ่งแรกที่ต้องทำ หลังจากตกลงแต่งงานกันแล้วก็คือ การหาฤกษ์แต่งงานครับ สำหรับชาวจีนนั้น จะมีฤกษ์มากมาย ซึ่งบางฤกษ์ก็ไม่มีความจำเป็นนัก หรืออาจจะยากในทางปฏิบัติ เช่น ฤกษ์ตัดชุด ตัดผม ฯลฯ

การหาฤกษ์นั้น ถ้าจะไปหาซินแส หรือหมอดูจีน อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง อาจจะถึง 4,000 บาท หรือมากกว่านั้นครับ แต่จะได้ฤกษ์ต่างๆ ครับถ้วน

แต่คุณอาจจะไปหาหมอดูธรรมดาที่สามารถเอาเวลาตกฝากของทั้งสองคนไปตรวจดูแบบธรรมดา เพื่อหาเฉพาะวัน เวลาสวมแหวน และวันเวลาเข้าหอก็พอครับ ซึ่งในปัจจุบัน ก็อาจจะเป็นวันเดียวกันเพื่อสะดวก และเหนื่อยวันเดียว สะดวกต่อการเชิญแขกครับ ราคาก็ค่อนข้างถูกครับ ผมไปดูมาแค่ 200 บาท แต่ญาติผู้ใหญ่ไม่เชื่อถือครับ

แต่ของตัวผมเองนั้น เป็นแบบสองวัน เนื่องจากผมและภรรยา อยู่กันคนละจังหวัด จึงได้ตกลงกันว่าจะหมั้นวันหนึ่ง และแต่งงานอีกวันหนึ่งครับ

แต่ข้อเสียของการใช้หมอดูธรรมดาก็คือ อาจจะได้วันตรงกับคนอื่นมากมาย ทำให้มีปัญหาเรื่องการเชิญแขกได้ครับ (แขกไม่สามารถไปได้หลายงานครับ) แต่ของหมอดูจีนก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

ก่อนอื่น

ก่อนอื่นผมขอบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่า ผู้ที่ต้องการงานแต่งงานแบบพิธีจีนครบสูตรนั้น คงไม่ได้ประโยชน์มากมายนักนะครับจากการอ่านบทความนี้ เพราะงานแต่งงานของผม มีการประยุกต์เอาความสะดวกเข้ามาร่วมด้วยครับ

Beginning - แต่งงาน

ก่อนอื่น ผมต้องบอกไว้ก่อนว่า ผมได้เขียนบล๊อกขึ้นมา สองสามบล๊อค แต่ หยุดเขียนไปเฉยๆ น่ะครับ แต่บล็อคนี้เป็นบล๊อคที่อยากสร้างขึ้นมา และเก็บไว้เตือนความทรงจำเกี่ยวกับการแต่งงานของตัวผมเองครับ
ผมและภรรยา ตกลงแต่งงานกันตั้งแต่กลางปี 2009 แล้วล่ะครับ และด้วยความที่ผม และภรรยา เป็นคนไทยเชื้อสายจีน จึงได้ตกลงกันว่าจะแต่งงานกันแบบจีนครับ เลยนำประสบการณ์การแต่งงานแบบจีนมาแบ่งปันครับ